EP.1917 ถ้าเทพพร้อม มนุษย์ต้องพร้อม พอมนุษย์พร้อม เทพก็พร้อม เทพรอมนุษย์อยู่ เมื่อไหร่จิตใจจะเป็นปกติซะที (พฤ. 9 เม.ย. 2569)
อัพเดทล่าสุด: 16 เม.ย. 2026
15 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน เพลงออกแขกวันนี้หยุดลงตรงที่ว่า ลมหายใจไม่เข้า ลมหายใจไม่ออก อุทานออกมาว่า พุทโธ่ ตายเสียแล้ว คนทุกคนอยู่บนกฎแห่งความตาย ไม่มีใครหนีพ้น เด็กซึ่งเริ่มรู้เดียงสาเขาก็รู้ว่าต้องตาย แต่ไม่วายทำไมมันยังจะเกิดสงคราม งงจริงๆ สงครามในบ้านก่อนนั่นแหละ แล้วก็ลุกลามออกไปในเมือง แล้วก็ลุกลามออกไปทั่วโลก มนุษย์ก็อยู่กับความวิปโยค คือความทุกข์อย่างแสนสาหัสสากรรจ์ต่อไป อันนี้รำพึงรำพันเฉยๆ ไม่มีนัยยะนะ
เราพบกันวันพฤหัสบดีที่ 9 เดือนเมษายน พุทธ คริสต์ 69 26 แรม 7 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย ที่เรามาคุยกันตอนเย็น เราเห็นคุณค่าของพุทธภาษิตบทที่ว่า “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิราหะ อัปเปนะ พหุเกนะ วา” เห็นคุณค่าพุทธพจน์ข้อนี้ว่า เวลาแต่ละวันอย่าให้ผ่านไปเปล่า ไม่มากก็น้อย ต้องให้ได้อะไรบ้าง ตอนนี้เราทั้งหมดทั้งสิ้นที่ทั้งอยู่ทางบ้านและที่นี่ มีความตระหนักว่า คือ ยอมรับว่า ตระหนักว่า เรางวยงงต่อเรื่องเทพ เรื่ององค์ เรื่องทรง เรื่องประทับ เรื่องลึกลับซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง
เรื่องเหล่านี้มันเกี่ยวกับเรื่องเทพเทวดาอารักษ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเปล่า แล้วเราต้องการจะให้ชีวิตมันมีปาฏิหาริย์มาช่วย จากจนเป็นรวย รวยอยู่แล้วก็อยากจะให้รวยยิ่งๆ ขึ้นไป แล้วก็จากเจ็บเป็นหาย จากทุกข์เป็นสุข ว่าอย่างนั้นเถอะ ผิดหวังเป็นสมหวังอะไรอย่างนี้ ต้องอาศัยปาฏิหาริย์ แล้วปาฏิหาริย์จะเกิดขึ้นได้ยังไงล่ะ ต้องอาศัยอิทธิฤทธิ์ อิทธิฤทธิ์คืออะไร อิทธิฤทธิ์ต้องอาศัยศักดิ์สิทธิ์ ไปกันใหญ่ บอกตกลงอาศัยอะไรกันแน่ ก็ต้องอาศัยเป็นขบวนการ ขบวนการก็มีอยู่ เอาย่อๆ 5 ขั้น เราต้องการความสุข ไม่ต้องการความทุกข์ใช่ไหม
ก็ 1. ศักดิ์สิทธิ์ 2. อิทธิฤทธิ์ 4. เทพเทวดา 5. เรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย แล้วทำไมไปเว้น 3 ล่ะ เพราะ 3 ตัวแสดง ตัวปรากฏการณ์ ตัวผล ผลของข้อที่ 1 กับข้อที่ 2 ข้อที่ 1 คือ ศักดิ์สิทธิ์ ข้อที่ 2 คือ อิทธิฤทธิ์ ข้อที่ 4 คือ เทพเทวดา ข้อที่ 5 คือ เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้นทั้งหลาย ทั้ง 1 2 4 5 ก็มาทำให้เกิดตัวที่ 3 ขึ้น ก็คือ เรื่องปาฏิหาริย์ ปาฏิหาริย์แปลว่า ตอบโต้ตีกลับ
คนนอนแป๊บๆๆๆ จะตาย บางรายนะ ฟื้นขึ้นมาเฉยๆ แล้วก็หายเป็นปกตินั่นแหละ คนจนแทบตาย อยู่ดีๆ หลายสิบปีมาแล้ว จนมาก เอาข้าวต้มอยู่ถ้วยหนึ่ง แล้วก็เอาลูกอุ้มใส่สะเอวไปป้อนข้าว ให้ลูกเดินอยู่แถวเฉลิมกรุง เขาเรียกว่า โรงหนังเฉลิมกรุง ตอนนั้นคนพูดยังอายุน้อยมาก เกิดคนขายลอตเตอรี่ ก็เอาลอตเตอรี่มายื่นส่งให้คนป้อนข้าวลูก คนป้อนข้าวบอกว่า ฉันไม่มีปัญญาไปซื้อหรอก หาข้าวให้ลูกกินที่มาป้อนอยู่นี่ก็ยังแทบจะแย่อยู่แล้ว ลูกมันโมโห มันคว้าลอตเตอรี่มาแล้วก็ฉีกเลย ตอนนี้ทำไง ลูกแกฉีกของฉันแล้ว แกต้องซื้อสิ ฉันไม่มีเงินจริงๆ เอาอย่างนี้แกตามฉันกลับไปบ้าน เดี๋ยวฉันจะไปขอยืมเงินข้างบ้านซื้อชุดล็อตเตอรี่แกนี่แหละ ปรากฏชุดนั้นถูกรางวัลที่ 1 บทมันจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นเห็นไหม
เพราะฉะนั้นทำยังไงล่ะ เราจะคุยกันไหมล่ะว่า คุณก็สามารถสร้างปาฏิหาริย์ได้นะ เหมือนกับแม่ครัว แม่ครัวเข้าครัว หรือแม่บ้านถามลูกบ้าน วันนี้เราจะกินอะไรกันดีล่ะ เวลาเข้ามารายการนี่ก็อยากจะถามแบบแม่ครัว หรือแม่บ้านว่า วันนี้เราจะคุยเรื่องอะไรกันดีล่ะ ก็มีคนคิดอยู่ในใจนะรู้ทัน ก็พูดๆๆๆ ไปเหอะ รำคาญ พอสวดมนต์เสร็จจะได้กลับบ้านซะที ร่ายยาวอยู่นั่นน่ะ น่าเบื่อหน่าย มีคนนั่งคิดอย่างนี้อยู่ในใจ แต่เราก็ไม่ว่ากัน เพราะมนุษย์นั้นเขาเรียกว่า นานาจิตตัง
จิตของแต่ละคนไม่เหมือนกันหรอก แล้วยังแถม มีอารมณ์เข้ามาอีก ลำพังจิตอย่างเดียว ตามหลักอภิธรรม 121 ดวง ก็จะแย่อยู่แล้ว ยังมีอารมณ์นับไม่ถ้วนอารมณ์ผสมเข้ามาในขันธ์ 5 ของมนุษย์ ก็คิดสิมนุษย์มันจะอยู่สุขไหม มันอยู่ไม่สุขหรอก โดยเฉพาะจิตมันก็คิดฟุ้งซ่านไปสารพัด แล้วส่วนมากคิดในทางไม่ดีนะ สนุก แต่คิดในทางดีเป็นยังไง ไม่สนุก ชมคนมันฝืนใจ บางทีก็เอาใจเขานั่นแหละ ก็ชมเขาไปอย่างนั้นแหละ แล้วก็เพื่อมารยาทบ้าง เพื่อเอาใจญาติเขาบ้าง ชมเขา ในขณะที่ชมมันไม่ได้มีความสุขหรอก แต่เวลาด่าสิ เวลานินทาสิ มันขออภัย ใช้ภาษาวัยรุ่น มันมัน ยิ่งด่ายิ่งมัน ยิ่งแช่งยิ่งมัน ด่าไปด่ามา หาเรื่องไปหาเรื่องมา เอาเรื่องโป้ปดมดเท็จออกมาแล้ว เอาเรื่องโกหกมาแล้ว เสร็จแล้วก็มาถามสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำไมฉันยังไม่รวยสักที ทำไมฉันยังไม่หายป่วยสักที ทำไมฉันยังมีปัญหาอยู่ไม่รู้จะจบจะสิ้นซะล่ะ
สิ่งศักดิ์สิทธิ์เขาบอก ฉันพยายาม พยายามจะเข้าไปดลใจเธอ เหมือนอย่างคนที่ป้อนข้าวลูก แล้วก็ลูกคว้าลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มาฉีกอันนั้นแหละ แต่เธอจิตใจมันฟุ้งซ่านตลอดเวลา ไม่ค่อยจะมีเวลาสงบเลย ฉันอยากจะเข้าไปดลจิตโดนใจเธอว่า วิธีรวยเป็นอย่างนี้นะ วิธีหายป่วยเป็นอย่างนี้นะ วิธีที่จะพ้นทุกข์เรื่องนั้นเป็นแบบนี้ พ้นทุกข์เรื่องนี้เป็นอย่างนั้น ฉันก็เข้าไปไม่ได้ซะที เทพข้างนอกนะ เทพในตัวที่เขาเรียกว่า จุติเทพ เพราะทุกคนก่อนจะเกิดก็มีเทพแต่ละองค์ แต่ละองค์ ผู้ชายก็มีเทวดาพามาเกิด ผู้หญิงก็มีนางฟ้าพามาเกิด
เทพในตัวก็บอกฉันจะออกจากร่างนี้นะ จะส่งราศีออกจากร่างนี้ ราศีก็คือ ออร่า พวกสารสื่อที่ทำให้เกิดอารมณ์ดีมันจะส่งออร่าออกมา ฉันส่องออกไปไม่ได้ซะที เพราะว่าเทพในตัวคน จุติเทพต้องติดต่อกับเทพข้างนอกตัวกับคนอื่น แล้วจึงจะประสานงานกัน ฝรั่งเขาบอกว่า ในตัวคนวิญญาณ เขาเรียกสปิริต แต่ถ้าวิญญาณนอกตัวคนที่จะต้องติดต่อสัมพันธ์กัน เขาเรียกว่า โซล (soul) ประสานกัน ลำพังเทพในตัวคนเดียวทำอะไรไม่สำเร็จ เทพนอกตัวที่อยู่ในตัวคนอื่น และที่อยู่ในอากาศและอวกาศมาเป็นตัวเชื่อมประสาน
ถ้าหากว่า เทพพร้อม มนุษย์ต้องพร้อม พอมนุษย์พร้อม เทพก็พร้อม ตอนนี้เทพก็รอมนุษย์อยู่นั่น รอแล้วรอเล่าเฝ้าแต่รอ เมื่อไหร่จิตใจแกจะเป็นปกติซะที ฉันเห็นความผิดปกติของจิตใจแกมาหลายปีดีดักแล้วนะ ไม่เป็นปกติซะทีเลย ทำไมคิดให้มันดีๆ หน่อยไม่ได้เหรอ เวลานินทาคนมันมีความสุขนะเทพนะ มนุษย์ก็พ้อ ตัดพ้อ เวลาด่าคนนี่ยิ่งสนุกใหญ่เลยนะ เวลาฉันชมคน ฉันฝืนแทบตาย ที่จริงฉันอยากให้เขามาชมฉัน ที่ฉันไปฝืนชมคนนู้น ชมคนนี้ นั่นฉันฝืน เพราะเวลาด่า ด่านี่ไม่ต้องฝืนเลย คล่องเลย
เทพเขาบอกว่าน่านน่ะสิ แล้วทำไมมันถึงต้องเป็นอย่างนั้นน่ะ เสียดายนะที่เกิดมาในโอกาสที่ยังมีคำสอนของพระพุทธเจ้าอยู่ ถ้าเกิดอีก 1,000 ปี 2,000 ปี 3,000 ปี กี่พันปี คำสอนของพระพุทธเจ้าเกิดหายไปจากโลกนี้แล้ว ไม่ยิ่งยุ่งกันใหญ่เหรอนี่มนุษย์ ขนาดยังมีคำสอนในพระพุทธศาสนาสืบทอดมา 2,500 กว่าปี ยังอยู่ในโลกนี้นะ ยังมีพระสุปฏิปันโน พระที่เป็นอริยสงฆ์ อริยเจ้าที่บริสุทธิ์ ท่านสอนแบบชัดเจน สอนแบบตรงไปตรงมา ไม่ใช่สอนแล้วก็เรียกร้องค่าสอนเป็นหมื่น เป็นแสน เป็นล้าน ไม่รู้กี่ล้านกี่ล้านอย่างนี้ ท่านไม่ได้เป็นอย่างนั้น ท่านสอนให้ฟรี เพียงแต่ท่านอยู่กับปัจจัย 4 อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ที่อยู่อาศัยเท่านี้ท่านก็พอแล้ว พระสุปฏิปันโนดีๆ จริงๆ แล้วท่านก็สอนแบบธรรมะชัดเจน แล้วก็ไม่ปรุงแต่งธรรมะพาณิชย์ ทำธรรมะการค้าอะไรอย่างนี้ ก็ยังมีอยู่ในโลกนี้นะ ในเมืองไทยนี่ก็มีอยู่เยอะนะ
เพราะฉะนั้นทำไมไม่คิดกันก็ไม่รู้ ไม่เข้าใจ เทพบ่นนะ เทพบ่นให้ฟัง ผีมันก็อุตริมากระซิบบอกด้วย เราบอกรำคาญจังไปให้พ้นๆ เลยนะ คนผีๆ นี่ฉันก็เจอมาเยอะแล้ว วันหนึ่ง วันหนึ่ง บางทีก็เจออยู่หลายๆ คนแล้ว ผีมันยังแย่งมากระซิบอีก กระซิบท่านั้นคนนั้นเป็นอย่างนี้ ไปไกลๆ เลย ไปไกลๆ เลย ถ้าขืนแกมาเกะกะฉัน เดี๋ยวฉันเอาน้ำอะไรสาดแกเลยนะ น้ำหยดเทียนน่ะ
วันนี้ไม่มีอะไรหรอก เห็นมันเป็นวันที่ 9 เดือนเมษายน เดือนแห่งสงกรานต์ เดือนนี้เป็นเดือนสงกรานต์ วันที่ 13 เมษายน เรียกว่า วันมหาสงกรานต์ วันที่ 14 เขาเรียกวันเนา วันเนาคือ วันเชื่อมต่อ เหมือนคนเนาผ้าสองผืนให้ติดกัน วันเนา วันที่ 15 เขาเรียกว่า วันเถลิงศก 13 14 15 ประเพณีไทยวันขึ้นปีใหม่มี 3 วัน วันที่ 13 วันมหาสงกรานต์ วันที่ 14 วันเนา ทางราชการเขาก็จัดวันที่ 14 เป็นวันแห่งครอบครัว และวันที่ 15 เป็นวันเถลิงศก เถลิงศกก็เหมือนกับวันที่ 1 มกราคม แต่ถ้าคนจีนก็บอกวันชิวอิด วันชิวอิดก็เป็นวันที่ 15 แล้วส่วนวันที่ 14 ถ้าเป็นคนจีนก็วันไหว้ ถ้าเป็นคนฝรั่งก็คือ วันที่ 31 ธันวาคมนั่นแหละ
เพราะฉะนั้นเดือนนี้เป็นเดือนที่เราเรียกว่า ฉลองมหาสงกรานต์กัน สงกรานต์กับสงครามมัน ภาษาฟังแล้วเกือบจะคล้ายๆ กันเลย แต่มันตรงกันข้าม สงครามก็คือ หาเรื่องกัน ทะเลาะกัน เอารัดเอาเปรียบกัน ฆ่ากันแกงกัน
ส่วนสงกรานต์นี่เขามีแต่สาธุ มีแต่จะระลึกถึงผู้หลักผู้ใหญ่ พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ผู้มีพระคุณ แล้วก็นึกถึงบรรดาเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายทั้งปวง ก็ทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่น่าจะ น่าจะเป็นประโยชน์ แต่คนรุ่นใหม่นี่ไม่รู้เขาไปเอาเวลา 24 ชั่วโมงไปทำอะไรกันหมด ก็มีเสียงกระซิบว่า ไปอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์กันหมด
คอมพิวเตอร์ไม่จำเป็นต้องเป็นอันใหญ่ เท่าฝ่ามือเขาเรียกว่า มือถือ ไปอยู่หน้าจอกันเยอะ ก็เลยลืมกันหมดเลยว่า ชีวิตมนุษย์มันอะไรที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัว เขาเรียกว่า สิ่งลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ถ้าหากว่าไม่ศึกษาให้ดีๆ เราก็จะดำเนินชีวิตผิดพลาด แล้วก็ร้องครวญครางว่า ทำไมถึงต้องเป็นเรา มาพบแต่ความเศร้า มาพบแต่ความผิดหวัง มาพบกับความเดือดร้อน มาพบกับความทุกข์ยาก มาพบกับอะไรต่ออะไรที่มันไม่พอใจ ไม่สบายใจ อันนี้ก็เป็นความเข้าใจในตัวเองผิด ซึ่งทุกคนมีเขาเรียกว่า ศักยภาพ ศักยภาพก็แปลว่า เก่ง แล้วก็ทำความเก่งๆ เก่งๆ ให้มันเก่งยิ่งกว่าเก่ง เก่งขึ้นไปเรื่อยๆ เป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ แล้วความศักดิ์สิทธิ์คืออะไร ก็บอกแล้วไง ศักดิ์สิทธิ์ก็มีอิทธิฤทธิ์ มีฤทธิ์ มีปาฏิหาริย์ ตอบโต้ตีกลับ มีเทพเทวดา พูดกันรู้เรื่อง มีเรื่องลึกลับซับซ้อนทั้งหลาย
ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะกลับมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ หรือเป็นตั่ง หรือเป็นอะไร เหมือนกับลิเกเขาเล่นใช่ไหม ไปดูลิเก เขาจะมีโต๊ะตัวหนึ่งตั้งอยู่หน้าฉาก พอลิเกออกโรง ก็ตะเลงเตงตุ้ม ตะเลงเตงตุ้ม ก็เดินมาม้วนตัวนั่งบนตั่ง เขาเรียกว่า ฐาน แต่ถ้าหากว่าเล่นเป็นเรื่องของกษัตริย์ ท่านต้องเสด็จอยู่บนบัลลังก์ กษัตริย์นี่ต้องนั่งบนบัลลังก์
ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์ก็จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ บัลลังก์นี้ก็ไม่เกี่ยวกับกษัตริย์ก็ได้ คือคำว่า บัลลังก์คือ ที่นั่งที่ยืนของคนเก่ง ประสบความสำเร็จ บัลลังก์ของนักกีฬา เหรียญทอง บัลลังก์ของผู้ประดิษฐ์อะไรต่ออะไรสำเร็จ อย่างฝรั่งเขาก็มีรางวัลโนเบล รางวัลโนเบลก็คือ บัลลังก์ของคนเก่งที่คิดอะไรขึ้นมาได้ ก็ได้รับรางวัลโนเบล อันนี้ก็เปรียบเทียบให้ฟังว่า เราทำได้ ชั่วเราก็ทำได้ ดีเราก็ทำได้ แล้วเราจะโง่ทำชั่วต่อไป หรือเราจะเลิก แล้วหันมาทำความดี อันนี้ต้องช่วยกันคิด
ก็หันมาดูผลงานของคนเสียสละ วันนี้ชื่อคุณปุนนภา รักษาวงษ์ หรือคุณอู๊ด 1916 ถ้าพลังศักยภาพยังไม่เพียงพอ แล้วพลังศักดิ์สิทธิ์ยังไม่พอเพียง ศักยภาพที่สุดโต่งไปข้างหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์ก็โต่งสุดไปอีกข้างหนึ่ง ก็ทำให้เกิดชีวิตที่ลำบาก เกิดความทุกข์ยากในชีวิต
ทวนอีกทีหนึ่งนะ ถ้าพลังศักยภาพยังไม่เพียงพอ แล้วพลังศักดิ์สิทธิ์ยังไม่พอเพียง ศักยภาพที่สุดโต่งไปข้างหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์ก็โต่งสุดไปอีกข้างหนึ่ง ก็ทำให้เกิดชีวิตที่ลำบาก เกิดความทุกข์ยากในชีวิต เพราะฉะนั้นเร่งเรียน 2 คำนี้ให้ซึ้งเข้าไปในวิญญาณธาตุเถอะ “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้ศักยภาพ” ก็ฝากการสนทนาไว้แต่เพียงเท่านี้ เดี๋ยวฟังอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์มีรายงาน แล้วกลับมาสวดมนต์สวดพรกัน ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง
เพลงตลกๆ แต่ว่าเป็นความหมายที่ลึกซึ้ง อาจจะออกมาเป็นสำนวนไม่ค่อยสุภาพสักนิดหนึ่ง ตรงคำว่า คนเฮงซวย แต่ก็ไม่ใช่คำหยาบ เพราะฉะนั้นหลายคนก็ถามว่า ทำไมฉันจึงไม่เฮง แล้วกลับไปตรงกันข้าม ก็เพราะว่าคุณน่ะไม่เก่ง ทำไมฉันจะไม่เก่ง ลืมไป คุณเก่งแล้วคุณเป็นคนไม่ดี ถ้าคุณเก่งแล้วคุณเป็นคนดีด้วย ป่านนี้คุณเฮงไปนานแล้วล่ะ ไม่ซวยหรอก อันนี้ก็ขำๆ ขันๆ แต่ ระวังขันไม่ออกนะ ขันไม่หยุดนะ เพราะค่ายเพลงนี้อยู่ในค่ายที่ว่า ขำไม่ออก แล้วก็บทจะขัน ขันไม่หยุด ขันไม่หยุดขำไม่ออก
รวบรวมโดย คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์
บทความที่เกี่ยวข้อง
กายพร้อม จิตเพียบพร้อม วิญญาณมีความสวยสดงดงามเพียบพร้อม
ทำให้ฮอร์โมนเคมีมีคุณภาพ เมื่ออารมณ์ ฮอร์โมน เคมีที่เกิดจากวิญญาณ เกิดจากจิต เกิดจากกาย ที่เพียบพร้อม ทำให้เกิดปราณที่เปล่งออกมา เป็นปราณที่มีราศี มากกว่าราคี
3 ก.พ. 2026
ก็เลยกลายเป็นปัญหาว่า คนบางคนที่เป็นพ่อมดหมอผี ทำไมเขาชั่วขนาดเป็นที่รู้กันทั่วไป แล้วทำไมเขาแสดงปาฏิหาริย์ได้ ก็เพราะใช้ปาฏิหาริย์ฝ่ายต่ำ ชั้นที่ 4 เดรัจฉาน ชั้นที่ 3 อสูรกาย ชั้นที่ 2 เปรต ชั้นที่ 1 นรก
เขาเอาจิตต่ำลงไปมาสร้างปาฏิหาริย์ ซึ่งอันตรายมาก เคราะห์ของตัวเองยังดีอยู่ก็ยังไม่มีอันตราย แต่จะไปเกิดกับบริวารคนใกล้ชิด หรือคนที่ตัวเองเป็นห่วงเป็นใยอาจจะรับก่อน เพราะคราวเคราะห์มาถึง
25 เม.ย. 2026
