แชร์

EP. 1904    ความศักดิ์สิทธิ์เกิดได้ เริ่มจากตัวเรา (ศ. 27 มี.ค. 2569)

อัพเดทล่าสุด: 2 เม.ย. 2026
0 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกคน ทุกท่าน  เวลาหนึ่งวันผ่านเราไปเกือบจะหมดวันแล้ว  วันศุกร์ที่ 27 เดือน มีนาคม 69 และ 26  พุทธและคริสต์  วันนี้ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย  “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกนะ  วา”  
อีกหนึ่งวันที่เราจะมาคุยกันเรื่องความศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่ไหน  ก็ต้องตอบแบบรวมๆ ว่า ที่ไหนๆ ก็มีความศักดิ์สิทธิ์  แต่ต้องมีเหตุ มีปัจจัย  เหตุคืออะไร ปัจจัยคือสิ่งไหน ตัวเราก็ทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ได้  เก้าอี้ที่เรานั่ง  โต๊ะที่เราใช้ หรือสิ่งของที่อยู่ข้างหน้าเรา  สิ่งของที่อยู่รอบตัวเรา  สิ่งของที่อยู่ในบ้านเรา และแม้กระทั่งบ้านเรา หรือรถยนต์คันที่นั่ง หรือใช้ อะไรต่อมิอะไร ทั้งหมดทั้งสิ้นในโลกนี้ถ้ามีเหตุปัจจัยพร้อม เริ่มจากตัวเรา ก็สามารถทำให้เป็นสิ่งของศักดิ์สิทธิ์ได้ทั้งนั้น 
พูดอย่างนี้กว้างจัง แล้วก็ลึกจริง  เริ่มจากตัวเรานี่นะ เราจะทำตัวเราให้ศักดิ์สิทธิ์ ย่อมได้  จะทำสิ่งนี้ สิ่งนั้น  สิ่งโน้น  สถานที่ตรงนั้น ตรงนี้ ตรงโน้น ให้ศักดิ์สิทธิ์ ย่อมทำได้  แล้วทำยังไง ก็บอกแล้วว่า ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัย  เหตุอะไรตัวเราจะศักดิ์สิทธิ์ได้  ปัจจัยอะไรที่ทำให้ตัวเราศักดิ์สิทธิ์ได้  เหตุอะไรที่ทำให้สิ่งของชิ้นหนึ่งของเรา และปัจจัยอะไรที่ทำให้สิ่งของชิ้นหนึ่งของเรา เกิดมีวิธีการทำให้ศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์มีอยู่ทั่วไปทุกสารทิศ  แต่คนไปคิดว่า ต้องที่นั่น ไม่ใช่ที่นี่ ต้องที่โน่น 
อย่างนี้คือ สิ่งที่เราจะต้องบอกแก่สาธุชนทั้งหลาย ไปเรื่อยๆ บอกไปเรื่อย ๆ แต่เกรงว่า สาธุชนที่รับฟังทั้งหลาย ยังไม่ทันจะเข้าใจ หรือยอมรับ คนพูดก็อาจจะลับจากโลกนี้ไปแล้ว แล้วทำยังไง ก็ฝากไง ฝากผู้คนทั้งหลายที่ทนมาฟัง ขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง ช่วยกันคิดเถอะ ช่วยกันรับรู้ เรียนรู้ไว้เถอะ แล้วเราเอง ก็ต่างคนต่างก็ต้องจากโลกนี้ไปเหมือนกัน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่แล้ว ผู้คนทั้งหลายไม่ค่อยใส่ใจ ไม่ใช่ทั้งหมดนะ ไม่ค่อยใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้กันอย่างจริงๆ จังๆ  ต่างก็มีทิฏฐิของตัวเอง 
เมื่อมีทิฏฐิเราก็ต้องอุเบกขา เมื่อเราเห็นว่า นาย ก. นาง ข. ที่เราจะฝากฝังเรื่องความรู้ที่เรียกว่า อาจจะมีความหมายพิเศษกว่าสถานที่อื่นๆ เขา  ก็โดยเฉพาะเรื่องศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” เพียงสั้นๆ แค่นี้ ต้องอธิบายกันชนิดที่ว่า สุดฤทธิ์สุดเดชทีเดียว  กว่าจะถึงบางอ้อ  ส่วนมากก็ไปได้แค่บางพลัด พลัดไปพลัดมา 
หัวใจใหญ่อยู่ตรงนี้ว่า คุณจะทำตัวคุณให้เข้าใจ แล้วเข้าถึงความศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร  แล้วต่อไปอีก 4 ข้อนี้ก็เป็นเรื่องต่อเนื่องไปเรื่อย ศักดิ์สิทธิ์เกิดขึ้นแล้ว  อิทธิฤทธิ์  ปาฏิหาริย์  เทพเทวดา  เรื่องลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบังอำพรางทั้งหลาย  ก็หมุนกลับมาที่จุดเดิม เป็นวนลูป หมุนไปเป็นวงจร เป็น circuit  เป็น cycle  เป็นสังสารวัฏ  เป็นวัฏสงสาร หมุนกันมาเป็นอย่างนี้ตลอด 
ทีนี้วิธีที่เราบอก เราบอกตรงๆ ว่า มันค่อนข้างจะหลากหลายมากไปสักหน่อย คนก็รำคาญต้องน่าเห็นใจนะที่ต้องทนรำคาญ แต่มันเป็นสิ่งที่เมื่อเข้าใจดีแล้ว เขาถึงดีแล้ว ทุกคนจะภาคภูมิใจ จะมีความภูมิใจมากกว่า อย่างนี้เอง เราหลงเข้าใจผิด เคยมีคนที่สำคัญตัวเองผิด สำคัญตัวเองพลาด ทั้งๆ ที่เขายังไม่เข้าใจ จะเกิดมีเหตุบังเอิญขึ้นมาอย่างหนึ่งอย่างใด เขาก็เกิดกระดี๊กระด๊า เป็นปลากระดี่ได้น้ำ บอกว่า ฉันรู้หมดแล้ว เข้าใจหมดแล้ว  ฉันกำลังเตรียมตัวจะไปเผยแพร่งานของอ้ายปู่นี่อยู่แล้ว เรียกอ้ายด้วยนะ  อ้ายโบราณเขาแปลว่า พี่  แล้วเขาก็ไป แล้วเขาไปตกม้าตาย อันนี้คงจะไม่คิดไปในอกุศลนะ เขาไปตกม้าตาย 
เราก็ได้แต่นั่งมองดูด้วยความห่วงใย แล้วก็สงสาร จึงเกิดความรู้สึก มนุษย์นี่หนอ ยังไม่รู้หนึ่ง  เขาบอกเขารู้สองแล้ว   ยังไม่รู้สอง เขาบอกเขารู้ยี่สิบแล้ว   ยังไม่รู้ยี่สิบ เขาบอกเขารู้สองร้อยแล้ว  ขึ้นมาเยอะเลย  เป็นห่วง แล้วก็น่าเป็นกังวล ประเภทรู้หนึ่ง ยังไม่ทันรู้สอง นี่บอกรู้สอง  รู้สองก็รู้ยี่สิบ  รู้ยี่สิบบอกรู้สองร้อย เข้าไปนั่นแล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสาร  
ก็เลยจะสังเกตได้ว่า ช่วงหลังๆ คนพูดพยายามเพลาลง เพลาลง เพลาลง  พูดน้อยลง น้อยลง และน้อยลง  แต่บางอารมณ์บางความรู้สึก ก็เกิดความฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า อันตรายจัง ขณะที่ยังไม่รู้ว่า ฤทธิ์คืออะไร  ฤทธิ์คืออะไร เขาออกฤทธิ์แล้ว  แล้วจะทำยังไง ถ้าเขาเกิดมีอันเป็นไป เราก็ได้แต่นั่งดูตาปริบๆ  สงสาร  แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่เกิดความเบื่อหน่าย ในมิจฉาทิฏฐิของผู้ร่วม อันนี้ไม่ได้ว่าใครนะ ไม่ได้ว่าใครตอนนี้นะ หมายถึงว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา 40 กว่าปี โดยประมาณ  ก็ได้แต่เป็นห่วง 
เพราะฉะนั้นขอให้อยู่ในลักษณะค่อยๆ คิดเถอะ อย่าพึ่งเกิดความเข้าใจผิด สำคัญตัวเองผิด  แล้วมันจะผิดกันไปหมด ตั้งแต่เข้าใจเรื่องศักดิ์สิทธิ์ผิด อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดา เรื่องลึกลับซับซ้อนก็ผิดหมด  พูดกันอย่างภาษาเห็นง่ายๆ  ติดกระดุมเม็ดแรกของเสื้อ ติดผิดเม็ด เม็ดสุดท้ายก็ผิดหมด เพราะติดเม็ดแรกผิดแล้ว ใช่ไหม มันก็ผิดไปหมดแหละ 
เพราะฉะนั้นขอให้เรามาช่วยกันคิด พิจารณา อย่าใจเร็วด่วนได้ แล้วอันตรายก็จะได้ลดลง  สิ่งอันที่จะได้รับความสำเร็จก็จะเพิ่มขึ้น เอาล่ะ วันนี้ไม่มีนัยยะนะ เดี๋ยวจะเกิดความเข้าใจผิด ไม่มีนัยยะ มีเพียงแต่ว่าห่วงใยกัน แล้วก็ตักเตือนกันเป็นระยะๆ เพราะว่าทุกคนก็รักชีวิต แล้วก็รักอนาคตของตัวเองด้วยกันทั้งนั้น  เมื่อเรามาอยู่ร่วมกัน ก็อยากจะเห็นทุกคนผ่านพ้นวิถีชีวิตไปได้อย่างปลอดภัย และพบความสำเร็จ   มีรายงานจากอาจารย์ปัญจพล อะไรที่จะให้ในวันนี้  
แต่ก่อนถึงหน้าตรงนั้น ก็มาดูผลงานคุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ 1903 กรรมสัมพันธ์ สำคัญมาก จะทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์  คุณสุกัญญาให้ไว้บรรทัดเดียว ถ้ามีเวลาและความพร้อมที่จะรับฟัง ต้องอธิบายกันเป็นชั่วโมงๆ ยังไม่รู้จะจบหรือเปล่า เอาคร่าวๆ ก่อน ทำไมความสัมพันธ์จึงสำคัญมาก 
ทำไมความสัมพันธ์สิ่งสำคัญมาก ทุกสิ่ง ทุกอย่าง ทุกประการ มันจะเกิดปฏิกิริยา จะเกิดผลของปฏิกิริยาขึ้นมาจากความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ไม่ใช่แสดงออกทางกาย อย่างที่เขาแสดงกันทางสังคม ฝรั่งก็จับมือกันแน่น แล้วก็เขย่า รักมากคิดถึงมาก ดีใจมาก ก็เขย่ากันแรงหน่อย บีบมือกันแน่นหน่อย บางก็โอบไหล่ โอบเอว โอบไหล่อะไรอย่างนี้นะ แต่ก็ไม่สนิทกัน อย่าไปโอบเขาเชียวนะ เสียมารยาท น่าเกลียดด้วย 
คนสัมพันธ์สำคัญที่จิต เจอกัน สวัสดีกันแบบธรรมเนียมไทย ยกมือไหว้กัน แต่จิตไหว้ด้วย จิตไหว้ด้วย หันหลังก็ยังไหว้ตอบ เขาเรียกว่า หน้าไหว้ หลังก็ต้องไหว้ด้วย 
แต่ส่วนมากแล้ว หน้าไหว้แต่หันไปข้างหลัง หลอกซะแล้ว หน้าไหว้หลังหลอก มันก็ทำให้กรรมสัมพันธ์ หมดความสำคัญไปเลย คุณไม่จริงใจต่อกัน  คุณยกมือไหว้กัน ตัวงอ ตัวก่อ ตัวค้อมลงมา แถมวาจาหลั่งไหลคำพูดออกมา ซะจนหยาดเยิ้ม หวานจนสุดประมาณของความหวาน แต่ข้างหลังหลอกกันซะแล้ว กรรมสัมพันธ์ ก็หมดความสำคัญไป มันหมดไปโดนสิ้นเชิงเลย  เพราะคุณไหว้กัน คุณเคารพ บอกว่าเคารพกัน รักกัน คิดถึงกัน ห่วงใยกัน แต่เบื้องหลังแล้ว คุณบอกตายซะได้ก็ดี  สาปแช่งในใจก็มี  สาปแช่งให้คนอื่นฟังก็มี  เอาเรื่องเท็จมา บอกกล่าว ใส่ร้ายป้ายสีกันก็มาก อะไรอย่างนี้  อันนี้อันตราย อันตรายมาก กรรมสัมพันธ์อย่างนี้ ขาดความสำคัญ แล้วเป็นอันตรายทันที 
คุณสุกัญญาบอกว่า กรรมสัมพันธ์สำคัญมาก จะทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์  ถ้ากรรมสัมพันธ์ไม่จริงใจต่อกัน อย่าว่าแต่ความศักดิ์สิทธิ์เลย สักแต่ว่าก็ยังไม่มี  สักแต่ว่าไหว้กันไป ไหว้กันมา  ไหว้กันมา ไหว้กันไป ไปข้างหน้า  สักแต่ว่าข้างหลังหลอกกันซะแล้ว  คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ กรรมสัมพันธ์สำคัญมาก จะทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ แน่นอน แต่คุณต้องจริงใจ บริสุทธิ์ใจ มีความตั้งใจ หวังดีต่อกันด้วยความไม่ทุจริตทางใจ แต่ยากเหลือเกินสมัยนี้ 
นี่ไม่ได้พูดเกินไปนะ  ต่างคนต่างก็ถือผลประโยชน์  ก็สิ่งศักดิ์สิทธิ์เขาไม่ได้เป็นวัตถุ เขาเป็นพลังงานที่เขาไวมากเลย  เขารู้ทันเราทันที  แค่เราแอบคิด แอบไปคิด เขารู้ทันเราเลย  แล้วยิ่งถ้าแอบไปด่าใครคนใดคนหนึ่ง ไปด่าใครคนใดคนหนึ่ง ไปเสแสร้งแสร้งแกล้งปั้นเรื่องขึ้นมา แล้วก็ไปด่า ไปประจานผู้หนึ่งผู้ใด  สิ่งศักดิ์สิทธิ์เขาบอก ชัดเจนที่สุด  ไม่ต้องใช้เครื่องขยายเสียงเลย  เพราะเขามีหูทิพย์  เห็นได้ชัดที่สุด เพราะเขามีตาทิพย์  
อันนี้ก็ด้วยความเป็นห่วง ขอบคุณคุณสุกัญญา กรรมสัมพันธ์สำคัญมาก แต่ต้องจริงใจ จะทำให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์  ถ้าไม่จริงใจ ทำไปทำไม ศักดิ์สิทธิ์อย่าหวัง  แม้กระทั่งสักอย่างเดียวก็จะไม่ได้ ประโยชน์อย่างเดียวก็จะไม่ได้ สัมพันธ์กันไปก็เท่านั้นแหละ  เสียเวลาเปล่าๆ  เอาละ เดี๋ยวคนจะเสียเวลาเปล่าๆ ก็ขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวมาฟังรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ 
เพลงจบลงตรงที่ว่า สวรรค์อยู่ที่ชั่วดีของตัวตนเอย  ทำชั่วเดี๋ยวนี้ ก็เตรียมตกนรกเดี๋ยวนี้  ทำดีเดี๋ยวนี้ ก็เตรียมขึ้นสวรรค์ได้เดี๋ยวนี้แหล่ะ  ขึ้นยังไง ตกยังไง  สวรรค์อยู่ในอก นรกก็อยู่ในใจ และส่วนสวรรค์กับนรกจริงๆ ก็รอเราอยู่  รอเราอยู่ข้างหน้า  สวรรค์แบบเดลิเวอรี่ แบบเฉพาะปัจจุบัน กับนรกเดลิเวอรี่ มันมีอยู่นะ เดลิเวอรี่ แปลว่า เฉพาะเดี๋ยวนั้น ใช่ไหม บริการเดี๋ยวนั้นเลย  คิดยาก  
มาดูข้อความของคุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์อีกที่หนึ่ง กรรมสัมพันธ์นี่แหละ กรรมสัมพันธ์สำคัญมาก วันนี้เรามองคนที่เราสัมพันธ์ด้วย คิดถึงคนที่เราสัมพันธ์ด้วย แล้วเราพูดกับคนที่เราสัมพันธ์ด้วย แบบส่งสัญญาณสวรรค์ให้เขา หรือส่งสัญญาณนรกให้กับตัวเรา นั่นแหละความศักดิ์สิทธิ์จะเกิดจากความสัมพันธ์ 
พอความศักดิ์สิทธิ์เกิด แล้วก็ไปสู่อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ เทพเทวดาเปลี่ยนภาค เทพเทวดาเปลี่ยนภาค ก็ร่างฉันเป็นอย่างนี้เอง  ฉันมาดูแลรักษามาอยู่เป็นเวลานานแล้ว  ปรากฏว่า จิตใจมันใช้ไม่ได้  ฉันขอเปลี่ยนเวรแล้วนะ  ฉันจะออกจากร่างมัน แล้วให้วิญญาณที่ต่ำกว่าฉันเข้ามาสิงสถิตแทน  ฉันไปล่ะนะ ร่างฉันนี่ไม่ไหวจริงๆ มันไม่เหมาะสมกับฉันเลย แต่ว่าวิญญาณดวงใหม่ที่เขาเข้ามา เขามีสมอ้างนะ ว่าเขาใหญ่  เขาโต  เขามีฤทธิ์  เขามีอำนาจ  เขาสามารถ  เขามีชื่อเสียงบนสวรรค์อย่างนั้น อย่างนี้ อย่างโน้น  เขาสามารถนะ  สามารถจะมาอ้างได้  
ผู้ที่ทำหน้าที่มีเทพมาลง องค์มาเข้า เจ้ามาประทับ ศึกษานานๆ เรียนรู้นานๆ จะรู้ว่า ของจริงหรือของปลอม และส่วนใหญ่เมื่อจิตใจไขว้เขวไปในทางที่ไม่ดี  ก็จะเจอของปลอม  จนกว่าจะรู้ ก็สายเสียแล้ว อันนี้เป็นเรื่องจริง ที่ห่วงใยกันมากที่สุด และเสียดายทุกคนที่ควรจะมีอนาคตที่มีความสุข 

รวบรวมโดย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy