แชร์

อุปสรรคของชีวิตที่ดีงาม : เมื่อกิเลสในยุคดิจิทัลทดสอบใจมนุษย์

อัพเดทล่าสุด: 29 มี.ค. 2026
3 ผู้เข้าชม
อุปสรรคของชีวิตที่ดีงาม : เมื่อกิเลสในยุคดิจิทัลทดสอบใจมนุษย์ 
Issue 16 เรียบเรียง ศาสตราจารย์ ดร สิทธิชัย สมานชาติ 
ในสังคมปัจจุบัน เราอยู่ในยุคปีศาจ V 6 (WWW) ที่มีสื่อล่อแหลมมาเย้ายวนใจบนมือถือ ส่วนตัว ชีวิตของคนจำนวนไม่น้อย เรามักเห็นภาพคล้ายกันอยู่เสมอ บางคนเริ่มต้นจากความ ยากลำบาก แต่ด้วยความเพียร การปฏิบัติธรรม และการได้รับคำแนะนำจากครูบาอาจารย์ ชีวิตจึง ค่อย ๆ ดีขึ้น งานมั่นคง รายได้ดี สังคมยอมรับ เหมือนชีวิตก าลังเดินไปสู่ความรุ่งเรืองอย่างมั่นคง แต่ แล้ววันหนึ่ง กลับเกิดความพลิกผันอย่างคาดไม่ถึง สิ่งที่เคยสร้างมานานเริ่มสั่นคลอน การตัดสินใจ ผิดพลาดเกิดขึ้น อารมณ์แปรปรวน ความสัมพันธ์กับผู้คนเปลี่ยนไป และบางครั้งชีวิตก็อาจย้อนกลับ ไปสู่สภาพที่ย่ำแย่กว่าเดิม 
ในมุมมองของธรรมะ พระพุทธศาสนามีค าสอนที่ลึกซึ้งอย่าง มงคล ๓๘ ประการ ซึ่งมิได้เป็น เพียงค าอวยพร แต่เป็นโครงสร้างของชีวิตที่สมดุล หากบางข้อขาดหายไป ความมั่นคงของชีวิตก็เริ่ม สั่นคลอนได้ มงคลข้อส าคัญข้อแรกคือ การไม่คบคนพาล และการคบบัณฑิต เพราะสิ่งแวดล้อมทาง สังคมมีอิทธิพลต่อจิตใจอย่างยิ่ง หากเผลอไปอยู่ในวงสังคมที่กระตุ้นความโลภ ความหลง หรือกิเลส แรง ๆ จิตใจจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว 
ในโลกยุคใหม่ ปรากฏการณ์นี้เห็นได้ชัดในหลายสังคม เช่นในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มี ความเจริญทางเศรษฐกิจสูง แต่ในอีกด้านหนึ่งก็มีอุตสาหกรรมความบันเทิงทางกามที่แพร่หลายอย่าง มาก วัฒนธรรมบริโภคที่เน้นความตื่นเต้นทางประสาทสัมผัส ท าให้คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้ที่ใช้ ชีวิตในเมืองใหญ่ เกิดความรู้สึกว่างเปล่าทางใจ 
ความว่างเปล่านี้กระตุ้นให้หลายคนอยาก “ทดลองประสบการณ์ใหม่” ยามราตรีเพื่อเติมเต็ม อารมณ์ ความอยากรู้อยากลองในเรื่องรสชาติของกาม จึงกลายเป็นแรงดึงดูดที่ทรงพลัง แม้บางคนจะ เคยเป็นคนที่มีชีวิตเรียบร้อย มีศีลธรรม หรือเคยด าเนินชีวิตอย่างสงบมาก่อนก็ตาม 
ในทางชีววิทยา ความตื่นเต้นทางกามจะกระตุ้นการหลั่ง โดปามีน และสารสื่อประสาทใน ระบบรางวัลของสมองอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความรู้สึกพึงพอใจรุนแรง แต่ผลที่ตามมาคือสมองจะ ค่อย ๆ ต้องการสิ่งกระตุ้นที่แรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อความอยากเพิ่มขึ้น การควบคุมตนเองก็อ่อนลง
ในภาษาของธรรมะ นี่คือพลังของ ราคะและตัณหา ซึ่งเป็น “อนุสัยกิเลส” ที่ซ่อนอยู่ในจิตใจ  เมื่อมีสิ่งแวดล้อมที่กระตุ้น และเมื่อการปฏิบัติธรรมลดลง กิเลสเหล่านี้ก็สามารถผุดขึ้นมาได้อย่าง รวดเร็วบางคนเพียงอยากลองประสบการณ์ใหม่เพียงครั้งเดียว แต่กลับพบว่าตนเองเริ่มถลำลึกเข้าไป ในโลกของความอยาก จนต้องใช้เงินมากขึ้น ใช้เวลามากขึ้น และห่างจากครอบครัว ห่างจากครูบา อาจารย์มากขึ้น ผลลัพธ์ที่ตามมาไม่ใช่เพียงปัญหาทางศีลธรรมเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อสมดุลของ อารมณ์ ฮอร์โมน และพลังชีวิต ร่างกายที่ถูกกระตุ้นอย่างรุนแรงซ้ำ ๆ ทำให้ระบบประสาทเกิด ความเครียดแฝง เกิดความว้าวุ่น กระวนกระวาย และสมาธิลดลง 
ท้ายที่สุด บางคนที่เคยมีชีวิตมั่นคงทั้งงานและการเงิน กลับต้องเผชิญกับความล้มเหลว ทั้งทาง ทรัพย์สินและทางจิตใจ ราวกับชีวิตที่ครูบาอาจารย์ช่วยประคองมานาน ถูกแรงของกิเลสดึงย้อนกลับ ไปอย่างรวดเร็ว นี่จึงเป็นบทเรียนสำคัญว่า ความสำเร็จทางโลกเพียงอย่างเดียวไม่อาจรับประกัน ความมั่นคงของชีวิตได้ 
หากมงคลแห่งชีวิตยังไม่ครบถ้วน หากจิตใจยังไม่ได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ หากเราห่าง จากสติและเมตตา โอกาสที่อนุสัยกิเลสจะปรากฏขึ้นในยามพลั้งเผลอก็ยังมีอยู่เสมอ ทางออกจึงไม่ได้ อยู่ที่การปฏิเสธโลก แต่คือการดำรงชีวิตด้วยสติ คบคนดี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่เกื้อกูล หมั่นภาวนา  และรักษาเมตตาในใจ 
ในท้ายที่สุด หลายครั้งที่มนุษย์รอดพ้นจากความผิดพลาดใหญ่ของชีวิต ไม่ใช่เพราะความฉลาด ของตนเองเท่านั้น แต่เพราะ “สติ” ที่เกิดขึ้นในวินาทีสำคัญ และหนึ่งในพลังที่ปลุกสตินั้นได้ดีที่สุด คือ  ความกตัญญูกตเวทีต่อครูบาอาจารย์ทางจิตวิญญาณ เมื่อใจระลึกขึ้นได้ว่า ท่านเคยเหน็ดเหนื่อย เพียงใดในการประคับประคองชีวิตของเรา เคยสอน เคยเตือน เคยชี้ทางโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ความละอายต่อบาปและความเกรงใจในคุณธรรมของท่านจะเกิดขึ้นทันที ความรู้สึกนี้เองที่ทำให้ใจหยุด ก่อนจะก้าวพลาด ทำให้สติกลับคืนมา และช่วยให้เราหันกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องได้ทันท่วงที 
บางครั้งเพียงความระลึกถึงพระคุณของครู ก็สามารถหยุดยั้งกิเลสที่กำลังพัดแรงในใจได้  และนั่นเองคือเกราะป้องกันชีวิตที่ลึกซึ้งที่สุด เพราะผู้ที่ยังรักษาความกตัญญูไว้ในใจ ย่อมยังรักษา สายใยแห่งธรรมไว้กับตนเอง และตราบใดที่สายใยนั้นยังไม่ขาด ชีวิตก็ยังมีโอกาสรอดและกลับคืน สู่ความดีงามได้เสมอ

noimageauthor
ศาตราจารย์ ดร.สิทธิชัย สมานชาติ
บทความที่เกี่ยวข้อง
๕ วิชา ๕ เก่ง ๕ แรง ๕ ปรากฏการณ์ อธิบายค.ส.พ. ของธรรมะสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัย (Part II) ดร.วันพร จาปะเกษตร์  16  ต.ค.  2568
ค.ส.พ. นั้นย่อมาจากความสัมพันธ์ ทุกสรรพสิ่งทั้งบนโลก และจักรวาลไม่มีสิ่งใดอยู่โดดเดี่ยวโดยไม่เกี่ยวกับสิ่งใด ถึงแม้ว่าจะเป็นดวงดาวที่อยู่ห่างไกลกันหลายแสนหลายล้านปีแสง ก็ยังโยงใยกันอยู่บนกฎของธรรมชาติเดียวกัน รวมถึงอดีตที่โยงกับปัจจุบัน และอาจจะส่งต่อไปถึงอนาคต
28 มี.ค. 2026
id ego super ego
คุณฐิตาพร พลัง  25  มี.ค.  2569
29 มี.ค. 2026
๒๗ ตัวกอ ของสหปฏิบัติฯ ที่แฝงอยู่ในมนุษย์ เพื่อพัฒนาตนให้ดีขึ้นกว่าเดิม (Part IV) ดร.วันพร จาปะเกษตร์   25  ก.ย.  256
จากตอนที่แล้วที่กล่าวถึงปัจจัยภายนอก ที่เป็นกรรมสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์อยู่ในธรรมชาติสามัญวิสัย ในตอนนี้จึงขอกล่าวเพิ่มในส่วนของวิญญาณสัมพันธ์ และเทพสัมพันธ์ที่อยู่ในธรรมชาติเหนือสามัญวิสัย จะว่าไปแล้วเรื่องของวิญญาณก็ก้ำกึ่งระหว่างในสามัญกับเหนือสามัญ เพราะวิญญาณก็มีคำอธิบายอยู่ในพระพุทธศาสนาเป็นหนึ่งในขันธ์ ๕
28 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy