แชร์

๕ วิชา ๕ เก่ง ๕ แรง ๕ ปรากฏการณ์ อธิบายค.ส.พ. ของธรรมะสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัย (Part II) ดร.วันพร จาปะเกษตร์  16  ต.ค.  2568

อัพเดทล่าสุด: 28 มี.ค. 2026
74 ผู้เข้าชม
ดร.วันพร จาปะเกษตร์  16  ต.ค.  2568 
๕ วิชา ๕ เก่ง ๕ แรง ๕ ปรากฏการณ์ อธิบายค.ส.พ. ของธรรมะสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัย (Part II)
ค.ส.พ. นั้นย่อมาจากความสัมพันธ์ ทุกสรรพสิ่งทั้งบนโลก และจักรวาลไม่มีสิ่งใดอยู่โดดเดี่ยวโดยไม่เกี่ยวกับสิ่งใด ถึงแม้ว่าจะเป็นดวงดาวที่อยู่ห่างไกลกันหลายแสนหลายล้านปีแสง ก็ยังโยงใยกันอยู่บนกฎของธรรมชาติเดียวกัน รวมถึงอดีตที่โยงกับปัจจุบัน และอาจจะส่งต่อไปถึงอนาคต ซึ่งทางวิทยาศาสตร์เองก็พยายามหาคำตอบ เพื่อทำความเข้าใจไปจนถึงการจะใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้น โดยเฉพาะพลังงาน และสนามโน้มถ่วง ซึ่งผู้เขียนจะยกเรื่องของพลังงานมาเป็นปรากฏการณ์ หรือปัจจัยหลักในการอธิบายความสัมพันธ์ของธรรมะสามัญวิสัย และเหนือสามัญวิสัย ส่วนสนามโน้มถ่วงค่อนข้างจะซับซ้อนที่จะนำมาโยงให้เห็นภาพ แต่อาจจะนำมาแทรกในบางจุด 
พลังงานอยู่ในทุกๆ ที่ตั้งแต่ เป็นสนามพลังงานในที่ว่าง ไปจนถึงก่อเกิดสสารเป็นพลังงานพันธะอยู่ในอะตอม ไปจนถึงการเชื่อมระหว่างอะตอมเกิดเป็นอนินทรีย์สาร อินทรีย์สาร เกิดเป็นสิ่งมีชีวิต และมนุษย์ ทั้งหมดล้วนอยู่ได้ด้วยพลังงาน สสารก็กำเนิดมาจากพลังงาน ตั้งแต่ตัวเรา ไปจนถึงดวงดาวในจักรวาลก็มีพลังงานแทรกอยู่เป็นองค์ประกอบหลัก ผู้เขียนเคยกล่าวเอาไว้ในบทความก่อนหน้าว่า วัตถุที่เรามองเห็น จับต้องได้ รวมไปถึงตัวเราเองนั้นประกอบด้วยมวลเพียงสามถึงห้าเปอร์เซนต์ ส่วนที่เหลือคือพลังงานจากการสั่นสะเทือนของสสารภายในโมเลกุลมากกว่าเก้าสิบห้าเปอร์เซนต์ที่ยึดโยงกันเป็นอะตอมจากภายในนิวเคลียส ออกไปยึดโยงระหว่างอะตอมเกิดเป็นโมเลกุล จนเป็นวัตถุ หรือเป็นอวัยวะในเซลล์ ระหว่างเซลล์เป็นเนื้อเยื่อ ไปจนถึงร่างกาย อาจจะมีผู้สงสัยว่าจริงหรือ อาจจะดูไม่น่าเชื่อว่า โต๊ะที่เราใช้ เก้าอี้ที่เรานั่ง และสิ่งของอื่นๆ รวมถึงตัวเราที่จับได้อยู่นี้ กลายเป็นกลุ่มพลังงานซะส่วนใหญ่มากขนาดนั้น กลับก่อเกิดเป็นโครงสร้างวัตถุสิ่งของได้ ซึ่งได้ถูกพิสูจน์แล้วทางวิทยาศาสตร์ตามหลักกีดกันของเพาลีโดยพลังงานในชั้นอิเล็กตรอน (Pauli exclusion principle) ยกเว้นอนุภาคบางกลุ่มเช่น โฟตอนสามารถอยู่ในระดับพลังงานเดียวกันได้ตามหลักการของโบซที่ช่วยให้เรามีเทคโนโลยีจากเลเซอร์มาใช้งานทุกวันนี้ ถ้าพลังงานที่เรามองไม่เห็นนั้นมีความสำคัญในการมีอยู่ของตัวเรานอกไปจากที่จะเป็นพลังงานในทางเคมี พลังงานทางชีววิทยา ไปจนถึงพลังงานทางฟิสิกส์ พลังงานกล พลังงานอยู่ทุกๆ ที่นั้นนำพาบุคคลให้ถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ พาผู้คนให้มาพบเจอกัน ได้สานความสัมพันธ์ กล่าวมาถึงตรงนี้บางท่านอาจจะพอนึกออก ทางจิตวิทยาเองก็ได้นำไปใช้อธิบายความสัมพันธ์ในจิตวิทยาด้วยเช่นกัน แบบไม่เป็นทางการ ก็คือ พลังของแรงดึงดูด (Law of Attraction) อันที่จริงเรื่องนี้ ค่อนข้างจะกล่าวได้ว่ายังไม่สามารถพิสูจน์ได้โดยตรง จึงเป็นการเปรียบเทียบให้เห็นภาพจากมุมของแรงดึงดูดในวิทยาศาสตร์ (Gravitational force) มาประยุกต์ใช้อธิบายแรงดึงดูดในความสัมพันธ์ ในทางพระพุทธศาสนากล่าวเอาไว้ว่า เป็นวิบากกรรมที่มาจากกรรมทำร่วมกันมาทั้งกุศลกรรม และอกุศลกรรม ทำให้ได้มาเจอกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน เป็นคนรักกัน เป็นเพื่อนกัน ท่านอาจารย์ธวัชได้กล่าวเอาไว้เป็นกลไกกรรม คือ กฎแห่งกรรม พรหมลิขิต บุพกรรม บุพเพสันนิวาส กงเกวียนกรรมเกวียน กรรมเก่าเกี่ยวกันอยู่ในความสัมพันธ์ ถ้าจะบอกว่าเป็นพลังงานด้วยเช่นกันก็คงไม่ผิด เพราะผลของแรงนี้ทำให้เกิดการฉุกกระชากลากกระตุก จริงๆ แล้วถ้าจะให้ละเอียดถูกต้องมากขึ้น ต้องบอกว่าเป็นจุดเหนี่ยวนำแรงดึงดูดให้เกิดพลังในกรรมสัมพันธ์ขึ้น ในส่วนของสนามโน้มถ่วงจะเกี่ยวกับเวลา และสถานที่อาจจะนำมาอธิบายเพิ่มเติมภายหลัง กลับมาเรื่องแรงของความสัมพันธ์ ถ้าผู้อ่าน หรือผู้ฟังลองจินตนาการตามที่ผู้เขียนกล่าวไว้ก่อนหน้าว่ามนุษย์นั้นเองก็ประกอบขึ้นจากพลังงานเช่นกันมีมากกว่าเก้าสิบห้าเปอร์เซนต์ในทางควอนตัมฟิสิกส์ ดังนั้นพลังงานจากตัวมนุษย์เราจะเกิดปฏิกิริยาซึ่งกันและกันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลก หมายความว่า พลังงานจากตัวเรา และพลังงานจากผู้อื่น ร่วมกับความสัมพันธ์จะก่อเกิดพลังดึงดูดระหว่างกันและกัน หรือเป็นแรงพลักก็ได้เช่นเดียวกัน แล้วพลังงานคืออะไร พลังงานทำให้เกิดแรง และแรงก็ทำให้เกิดพลังงานสลับกลับกันไปมาวนเวียน (energy-to-force and force-to-energy) ขอกล่าวคร่าวๆ จาก ๕ แรง คือ  แรงใดที่มากระทำวัตถุเกิดงานที่ทำให้ได้พลังงาน เช่น การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง หรือ พลังงานน้ำเคลื่อนที่ไปปั่นมอเตอร์ ที่มีแม่เหล็กอยู่เกิดไฟฟ้าเป็นแรงกลศาสตร์ (Mechanical force) ที่ขับเคลื่อนให้เกิดกระแสไฟฟ้ามาจุดหลอดไฟให้สว่าง น้ำมันได้รับความร้อนจนถึงจุดเดือดให้เกิดเปลี่ยนสภาวะเป็นไอ ทำให้เกิดสันดาปจุดระเบิดเป็นแรงทางเคมี (Chemical force) มาขับเคลื่อนรถยนต์  ทางชีวภาพก็มีการเผาพลาญผ่านทางปฏิกิริยาทางชีวเคมีจากการย่อยสลายอาหารที่เราทานเข้าไปเกิดพลังงานขับเคลื่อนร่างกายให้ดำรงชีวิตเป็นแรง หรือพลังงานทางชีวภาพ (Biological energy) ทางฟิสิกส์ (Physical force) ก็มีพลังงานจากการสั่นสะเทือนต่างๆ เช่น ความร้อนจากแสงแดดเกิดการสั่นจนขับเคลื่อนอิเล็กตรอนทำให้เกิดไฟฟ้า (Solar cell) คลื่นเสียงจากการสั่นสะเทือนวัตถุ ส่วนพลังงานทางควอนตัมฟิสิกส์ (Quantum physics) เป็นพลังงานที่อยู่ในอะตอมที่ยึดเหนี่ยวสสารอยู่ภายในอะตอมไว้ด้วยกันซึ่งเป็นพลังงานมหาศาลมากเมื่อเทียบกับขนาดอะตอมที่เล็กมากคือ พิโคเมตร หรือหนึ่งหารด้วยล้านล้าน หรือก็คือศูนย์จุดศูนย์สิบเอ็ดตัวนำหน้าเลขหนึ่ง แรงทั้ง ๕ นั้นก็ทำงานร่วมกันอยู่ในร่างกายของเรา ได้ผลออกมาเป็นชีวะ ชีวา หรือชีวิต ที่ก็เป็นธรรมชาติ โดยแรงทั้ง ๕ ทำงานกันอย่างไรร่างกายของเราก็เป็นแบบนั้น พลังงานจากธรรมะเหนือสามัญวิสัยก็เข้ามาสัมพันธ์ร่วมกับการทำงาน ไปจนส่งผลกับแรงทั้ง ๕ ในร่างกายเรา ไปจนถึงสร้างปรากฏการณ์ให้เรา รู้สึก และรับรู้นั่นเอง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นก็มาจาก ๕ ปรากฏการณ์ คือ ศักดิ์สิทธิ์, อิทธิฤทธิ์, ปาฎิหาริย์, เทพเทวดา, อำนาจลึกลับซับซ้อนซ่อนเร้นปิดบังอำพราง อาจจะกล่าวได้อีกอย่างว่าเป็นคลื่นแทรกสอด และ/หรือคลื่นสอดแทรก  ที่สามารถส่งผลต่ออารมณ์ ความรู้สึก จิตใจ ไปจนถึงการแสดงออกทางกายภาพของร่างกายมนุษย์ 
บทนี้อาจจะหนักทางวิชาการมากไปสักหน่อย แต่ก็เพื่อปูพื้นเรื่องที่จะกล่าวต่อ ซึ่งผู้เขียนขอยกไปกล่าวต่อในบทความหน้า
“สิ่งที่เรามองเห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งนั้นๆ เสมอไป กลับมีความซับซ้อน ซ่อนเร้น ที่ปิดบังอำพราง สำหรับผู้ที่ยังเข้าไม่ถึงความจริงของธรรมชาติ การจะเข้าถึงได้ก็ต้องเข้าใจผ่านหลักไตรลักษณ์”
ฟ้าคราม (Indigo sky)
๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๘
Tags :

noimageauthor
ดร.วันพร จาปะเกษตร์
บทความที่เกี่ยวข้อง
จิตวิญญาณผูกพัน VS ระดับความเข้มข้นของโดพามีน
ศ.ดร.สิทธิชัย สมานชาติ  5  ส.ค.  2568 ข้าพเจ้าเป็นศิลปิน ที่เคยเรียนระดับมัธยม ด้านวิทยาศาสตร์ จึงสนใจศึกษา ฮอร์โมน สารสื่อประสาทที่มีผลต่อ สุขภาพกายสุขภาพใจ และอาจมีผลต่อจิตวิญญาณ (ตอน ๔)
10 ม.ค. 2026
เรขาคณิต(กุล)พิสูจน์ของเล่นกับการเล่นของ คุณพรทิพย์ พุตติ  (แม่เง็กนึ้ง)  13  ก.พ.  2569
เส้นตรงที่น่าสงสัยตั้งอยู่บนฐานแห่งความงวยงง สิ่งที่เกิดเก่า คือ การเล่นของ สิ่งที่เกิดใหม่ คือ ของเล่น สิ่งที่เกิดใหม่ คือ ของเล่น สิ่งที่เกิดเก่า คือ การเล่นของ  จงพิสูจน์ว่า การเล่นของและของเล่นต่างกันอย่างไร
21 เม.ย. 2026
เรื่อง  คนพิเศษ VS คนวิเศษ   &  ความพิเศษ VS  ความวิเศษ -ว่าที่ ร.ต.ชยุต พลัง  6  ม.ค.  2568
เป็นเรื่องที่กระผิดจะเขียนส่งตั้งแต่วันที่  25  ธันวาคม  พ.ศ.2567 แล้ว  แต่ก็ไม่ได้เขียนสักที   จนวันที่  1  มกราคม  พ.ศ.2568  ท่านอาจารย์ปู่  ได้สนทนาธรรมเรื่อง  ความพิเศษ กับ ความวิเศษ  กระผมจึงกราบขออนุญาตเขียนบทความส่งรายการพบกันทางเงาครับ
21 เม.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy