แชร์

๒๗ ตัวกอ ของสหปฏิบัติฯ ที่แฝงอยู่ในมนุษย์ เพื่อพัฒนาตนให้ดีขึ้นกว่าเดิม (Part IV) ดร.วันพร จาปะเกษตร์   25  ก.ย.  256

อัพเดทล่าสุด: 28 มี.ค. 2026
82 ผู้เข้าชม
ดร.วันพร จาปะเกษตร์   25  ก.ย.  2568
๒๗ ตัวกอ ของสหปฏิบัติฯ ที่แฝงอยู่ในมนุษย์ เพื่อพัฒนาตนให้ดีขึ้นกว่าเดิม (Part IV)
จากตอนที่แล้วที่กล่าวถึงปัจจัยภายนอก ที่เป็นกรรมสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์อยู่ในธรรมชาติสามัญวิสัย ในตอนนี้จึงขอกล่าวเพิ่มในส่วนของวิญญาณสัมพันธ์ และเทพสัมพันธ์ที่อยู่ในธรรมชาติเหนือสามัญวิสัย จะว่าไปแล้วเรื่องของวิญญาณก็ก้ำกึ่งระหว่างในสามัญกับเหนือสามัญ เพราะวิญญาณก็มีคำอธิบายอยู่ในพระพุทธศาสนาเป็นหนึ่งในขันธ์ ๕ และเป็นจิตสำนึกที่อยู่ในจิตวิทยา (Consciousness) แต่วิญญาณก็ถูกกล่าวเอาไว้ในอภิปรัชญา (Metaphysics) เป็นพารานอมอล (Paranormal) หรือซูโดไซน์ (Pseudoscience) ไปจนถึงปรากฎการณ์พิเศษจากการที่มี ESP (Extrasensory perceptions) หรือสัมผัสที่ ๖ (Sixth sense) ที่สามารถรับรู้สิ่งพิเศษที่อยู่นอกเหนือจากการรับรู้จาก ๕ สัมผัส (ตา หู จมูก ลิ้น และกาย) โดยสัมผัสที่ ๖ ต้องใช้ใจ จิต มโน และวิญญาณที่ฝึกพิเศษให้มีระดับสูงขึ้นไปให้รับรู้ได้ กล่าวสั้นๆ ก็คือ ฤทธิ์ทางใจ หรือมโนมยิทธิ เกิดการหยั่งรู้ การมีฤทธิ์เป็นความศักดิ์สิทธิ์ในมนุษย์ที่เปิดสัมผัสสามารถรับรู้ในมิติพิเศษ รับรู้คลื่นพลังงานที่ละเอียดยิ่งขึ้นไป ไม่ว่าจะเป็นการรับคลื่นความคิดของบุคคลอื่น มองเห็นเหตุการณ์ในอดีต และ/ หรืออนาคต รวมถึงการรับรู้พิเศษที่ทำให้มองเห็นภพอื่น เช่น โอปปาติกะ หรือเทวดา อันนี้ก็อาจจะเรียกง่ายๆ ว่าวิญญาณนอกตัว เรื่องของวิญญาณนอกตัวยังเป็นปริศนาที่ไม่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ อาจจะมีคำ (พยายาม) อธิบายด้วยเหตุผลต่างๆ ทดลองด้วยเครื่องจับวัดพลังงานสนามแม่เหล็ก แต่ก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เพราะยังเป็นเรื่องที่รับรู้ได้เฉพาะในบุคคลที่เกิดมโนมยิทธิ เดี๋ยวจะนอกเรื่องยาวเกินไป ถ้าจะกล่าวถึงกันจริงๆ ก็ต้องหาอ้างอิงข้อมูลมากกว่านี้ ถ้ามีโอกาสจะรวบรวมข้อมูลออกมาเป็นบทความเรื่องโอปปาติกะขึ้นมา 
วิญญาณได้รับการกล่าวถึงมากในหลายๆ ศาสตร์ในหลายๆ มุม ในบทความนี้ที่กล่าวถึงวิญญาณสัมพันธ์ สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นชิน อาจจะฟังดูน่าสงสัยว่าคืออะไร ตามมุมมองผู้เขียน นอกจากความไม่รู้ (อวิชชา) ที่ต่อวงจรปกิจสมุทบาทให้หมุนวนพามนุษย์เราวนเวียนว่ายตายเกิดในวัฏจักร ก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ยังโยงใยระหว่างมนุษย์ที่เดินทางผ่านภพชาติต่างๆ ให้มาพบเจอกัน อันที่จริงก็สืบเนื่องมาจากความไม่รู้นั่นแหละให้เรายังมีความสงสัย ติดค้าง ยึดติดไม่ว่าจะจากรัก หรือเกลียดในความสัมพันธ์ ก็เป็นส่วนหนึ่งให้เรายังต้องกลับมาพบเจอกัน ก็ด้วยยังไม่เป็นอิสระจากการติดค้างในความอารมณ์ความรู้สึกซึ่งกันและกัน เรื่องบังเอิญที่อยู่ๆ จะมาพบกันนั้นไม่มี ก็ด้วยเพราะกรรมที่ทำร่วมกันมาให้รับรู้ว่า เรายังมีพันธะระหว่างกันเกิดเป็นวิญญาณสัมพันธ์ หรือวิญญาณที่รับรู้กรรมสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ตรงพันธะระหว่างกันนี่ก็จะเรียกว่ากรรมเก็บกดก็คงจะได้ ทำไมพันธะถึงเป็นกรรมเก็บกด? เพราะการบริหารความสัมพันธ์ไม่ว่าจะด้วยในชาตินี้ หรือชาติก่อนๆ ที่ยังไม่ลงตัวไม่เกิดอิสระ ยังคงมีคงมีเยื่อใยเชื่อมโยง เป็นพันธะระหว่างกัน ถ้ากรรมที่ทำไว้ระหว่างกันเยอะ เยื่อใยที่เชื่อมโยงก็หนาแน่น พันธะก็แข็งแรง ความรู้สึกระหว่างกันก็ย่อมที่จะรุนแรงตามไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่เป็นบวก คือ ความรัก ความผูกพัน ที่ถ้ากล่าวกันตามจริง ก็อาจจะไม่บวกเท่าไรเพราะเป็นการปรุงแต่งที่ถ้ารุนแรง และขาดปัญญามาพิจารณาในการดำเนินความรู้สึกก็อาจจะกลายเป็นความต้องการที่เป็นตัณหา ไม่ใช่ฉันทะ และยังเป็นความรู้สึกที่นำไปสู่การยึดติดอีกด้วย แต่ขอเอาไว้ฝั่งบวกก่อน เพราะถ้ายังเป็นปรารถนาที่ดีด้วยใจจริงต่ออีกฝ่าย แต่มนุษย์เราก็ไม่ได้ดีตลอดเวลา บางทีก็เกิดความรู้สึกด้านลบทั้งๆ ที่คิดว่ารัก แต่กลายเป็นรักที่ไม่ใช่การเอื้อเฟื้อที่อยู่บนพรหมวิหาร ๔ เป็นการรักเพราะต้องการตอบรับจากอีกฝ่าย ต้องการผูกไว้ด้วยเงื่อนไขที่ตนต้องการ ถ้าเป็นพันธะในกรรมสัมพันธ์ที่แข็งแรง ความรู้สึกยึดติดก็รุนแรง โดยเฉพาะกรรมสัมพันธ์ที่เป็นบุพเพสันนิวาสซึ่งก็เป็นไข่แดงในพรหมลิขิต เพราะเป็นพันธะที่แข็งแรง จึงมีโอกาสที่จะรุนแรงมากกว่ากลไกกรรมอื่น ที่เป็นบุพกรรม กรรมเก่าเกี่ยวกัน ถ้าปฏิบัติต่อกันไม่ลงตัวก็มีโอกาสเกิดกรรมเก็บกดรุนแรง และยังส่งต่อข้ามภพชาติอีกด้วย ถ้าถามว่า แล้วเราจะรู้ได้ยังไง อันนี้ตอบยาก ก็เหมือนสัมผัสที่ ๖ ที่อาจจะแม่นยำในบางครั้ง ก็เพราะขึ้นอยู่กับจิตในตอนนั้นว่าสามารถรองรับการทำงานระดับที่ละเอียดลึกซึ้งได้เท่าใด การรับรู้เราก็จะยิ่งแม่นยำมากขึ้นเท่านั้น เรื่องวิญญาณสัมพันธ์ค่อนข้างละเอียดลึกซึ้ง อธิบายให้เป็นแบบสำเร็จรูปได้ยาก เพราะแต่ละบุคคลมีเหตุปัจจัยแตกต่างกัน ประกอบกับการปรุงแต่งขณะนั้นๆ ว่ามีอะไรเป็นองค์ประกอบ ถ้าเป็นอารมณ์ลบเยอะก็ทำให้การรับรู้ตามความเป็นจริงได้ยาก เพราะคุณภาพจิตไม่อำนวยให้ทำงาน ซึ่งท่านอาจารย์ธวัชจะใช้คำกล่าวแทนว่า มีศักยภาพที่พร้อมใช้ขนาดไหน ศักดิ์สิทธิ์ใช้ได้แค่ไหน หรือรู้ กับรู้สึกถูกต้องแค่ไหน ถ้าเข้าถึงได้มากก็ยิ่งแม่นยำยิ่งขึ้น เพื่อที่จะได้ปฏิบัติต่อสัมพันธ์เป็นไปในทางที่ดี พันธะด้านลบก็เบาบางลง พันธะด้านบวกก็ได้ทำงานให้เข้าสู่อิสระทั้งความสัมพันธ์ และอิสระภายในจิตของเราเอง บทนี้ก็ยังกล่าวหนักไปทางวิญญาณสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ อันที่จริงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ที่เป็นไปในทางที่ดี เทพที่อยู่ภายในตัวมนุษย์ก็ได้สัมพันธ์ไปด้วย แล้วเทพเข้ามาเกี่ยวอะไร จากมุมมองผู้เขียน ส่วนหนึ่งของพลังงานเทพก็มีส่วนของพลังวิบากกรรมแฝงร่วมอยู่ด้วย กล่าวอีกอย่างว่า เทพรู้ได้ถึงวิบากกรรมของมนุษย์คนนั้นๆ ที่แฝงอยู่ในร่างรวมถึงกรรมสัมพันธ์ของบุคคลนั้นๆ ที่มีต่อบุคคลรอบๆ รวมถึงหน้าที่ของบุคคลนั้นๆ ที่มีต่อธรรมชาติที่ต้องพัฒนาขึ้นไปเรื่อยๆ 
วิญญาณสัมพันธ์ถ้าขยายเพิ่ม วิญญาณ คือ การรับรู้ เอามารวมกันกับสัมพันธ์ คือ การรับรู้ความสัมพันธ์ โดยเทพอยู่เบื้องหลังไม่ว่าจะเป็นพลังดึงดูดคนที่สัมพันธ์กับเราให้มาพบเจอกัน จัดฉากฐานะการพบเจอกัน ถ้ากล่าวถึงแบบสบายๆ ง่ายๆ บางคนอาจจะถูกดึงดูดให้ไปสถานที่ต่างๆ ไปเจอคนที่คาดไม่ถึง ซึ่งบางครั้งก็กลายมาเป็นคนสำคัญในชีวิตเรา เป็นบุพเพสันนิวาส เป็นเพื่อนสนิทใกล้ชิดที่ไม่ใช่ญาติ แต่เป็นยิ่งกว่าญาติเป็นบุพกรรม การพบกันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ บางครั้งมาเป็นมิตรกันช่วยเหลือเกื้อกูล บางครั้งมาขัดแข้งขัดขาเป็นศัตรูกัน แต่ไม่ว่าจะในรูปแบบใดการพบกันนั้นก็เพื่อจาก แล้วจะจากกันแบบไหน แบบยังเป็นศัตรูกัน หรือเป็นมิตร หรืออิสระจากพันธะซึ่งกันและกัน ก็อยู่ที่เราเป็นผู้บริหารจัดการความสัมพันธ์ให้ดำเนินไปแบบใด ชีวิตนั้นสั้นกว่าที่คิดที่จะให้โอกาสเราได้แก้ตัวหลายครั้ง อาจจะรู้ไม่เท่าทัน ทำผิดบ้างถูกบ้าง แต่ถ้าได้สติระลึกได้ ก็เป็นประตูโอกาสให้เราได้เปิดทางสู่การแก้ไข
“ไม่มีใครทำถูกได้ตลอดเวลา และก็ไม่มีใครผิดตลอดเวลาเช่นกัน ถูก หรือผิดอยู่ที่อะไร”
ฟ้าคราม (Indigo sky) ๒๓ กันยายน ๒๕๖๘

noimageauthor
ดร.วันพร จาปะเกษตร์
บทความที่เกี่ยวข้อง
คนละครึ่ง - อ.ชยุตม์ พลังพันธุ์แสงดาว  27  พ.ย.  2568
วันนี้  กระผมจะขออนุญาตเขียนบทความในหัวข้อ   เรื่อง  การทำงานทางมนุษย์ครึ่งหนึ่ง และการทำงานทางวิญญาณครึ่งหนึ่ง
21 เม.ย. 2026
กลอนวันครู  พรทิพย์ พุตติ
“ถึงจะสูงเทียมฟ้าอย่าดูถูก ผู้เคยปลูกวิชาแต่หนหลัง”
21 เม.ย. 2026
id ego super ego
คุณฐิตาพร พลัง  25  มี.ค.  2569
29 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy