แชร์

EP. 1898   คนที่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ จะไม่เป็นคนเก่งแต่ไม่เฮง  เฮงแต่ไม่เก่ง และไม่เป็นคนเฮงซวย

อัพเดทล่าสุด: 23 มี.ค. 2026
8 ผู้เข้าชม
สวัสดีทุกท่าน วันนี้เราพบกันเย็นวันศุกร์ที่ 20 เดือนมีนาคม 69 และ 26 คือ พุทธ คริสต์ศักราช ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย “อะโมฆัง ทิวะสัง กะยิรา  อัปเปนะ พะหุเกน วา”  เวลาแต่ละวัน ให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด ประโยชน์ของเราเน้นไปในลักษณะที่คนทั้งหลาย ส่วนมากจะไม่ค่อยให้ความสนใจกับการสร้างประโยชน์ต่อสิ่งนี้เท่าไหร่นัก จะมีก็เรียกว่า ตรงไปตรงมาแบบสายตึง 
แต่ของเรามีข้อคิด แล้วก็มุมมองมากกว่า ในกรณีของการรับรู้ เรียนรู้ สิ่งซึ่งเป็นความจริง แต่พิสูจน์ไม่ได้  จับต้องไม่ได้  สัมผัสทางนอกไม่ได้ แต่มีอำนาจมากมายมหาศาล  เราจึงบอกกันตรงๆ ว่า มีความห่วงใยผู้ที่ต้องอำนาจลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง เพราะเห็นชีวิตคนมาไม่รู้จักเท่าไหร่ต่อทางไหร่  ที่มองเห็นอย่างชัดเจนว่า เขาไม่รู้อำนาจลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเร้น ปิดบัง อำพราง ที่ทำให้ชีวิตเขาไม่เป็นไปในทิศทางที่ควรจะเป็น  นั่นก็คือหมายความว่า สับสนชีวิต 
ยกตัวอย่าง คนเก่งแต่ไม่เฮง  ก็เกิดความงวยงงสงสัยตัวเองอย่างมากว่า ฉันเก่งขนาดนี้แล้ว ทำไมโชคคือ ความเฮง ไม่เข้าข้างตัวฉันเลย  ก็ไปมองคนโน้น  ไปมองคนนี้ ที่เก่งไม่เท่ากับตัวเอง  แต่กลับดูแล้วมีสีสันในชีวิต ก็คือ มีฐานะมากกว่า ร่ำรวยกว่า ประสบความสำเร็จสูงกว่า แต่นั่นเป็นทางวัตถุ 
คนเก่งแต่ไม่เฮง ก็ไปดูคนอีกประเภทนึงที่ว่า เฮงแต่ไม่เก่ง คนเก่งมีมากมายที่น้อยอกน้อยใจตัวเอง อุตส่าห์ตะเกียกตะกายตั้งใจเรียนหนังสือ ทำมาหากิน สร้างฐานะ มีความเก่งระดับนั้น ระดับนี้ ระดับโน้น ขนาดนี้แล้ว  ทำไมโชคไม่เข้าข้างฉันเสียที  อันนี้ก็มีให้เห็นในสังคมมากมาย 
ทีนี้กลับมาอีกประเภทหนึ่งซึ่งเราห่วงเหมือนกัน คือ คนเฮงแต่ไม่เก่ง  คนเฮงแต่ไม่เก่ง ทำไมต้องไปห่วงเขาล่ะ อิจฉาเขาละสิ  ไม่ใช่  ไม่ได้หมายถึงตรงนั้น  คนเฮงแต่ไม่เก่ง  ถ้าเขาเฮงได้ตลอด  เขาเฮงไปตลอด เราก็โมทนาสาธุกับเขาว่า ดีแล้ว ที่เขาเกิดมาโชคดี  มีโอกาสมากมายทั้งๆ ที่ เขาก็แค่อย่างนั้นๆ แหละ ยังเก่งสู้เรา หรือเก่งสู้คนนั้น คนนี้ ไม่ได้เลย แต่ทำไมเขาเฮงจัง  เขาโชคดีจัง อันนี้ก็มีอีกประเภทหนึ่ง 
ประเภทนี้ที่ห่วงก็เพราะว่า วันดีคืนดี วันร้ายคืนร้าย ถ้าเกิดมันมีสิ่งที่ผิดปกติขึ้นมา ชีวิตเขาจะพลิกผันไปในทางที่น่าเห็นอกเห็นใจ เช่นว่า ล้มป่วยลงแบบกระทันหันในอายุที่ยังไม่มากนัก ก็พิกลพิการ ทำให้ต้องทนทุกข์ทรมานด้วยตัวเอง  แล้วก็ทำความลำบากให้ผู้อื่น อย่างที่พูดกันเป็นภาษาว่า ติดเตียง ก็มีไม่ใช่น้อย  คนเก่งแต่ไม่เฮง  คนเฮงแต่ไม่เก่ง  โอกาสที่จะเจอทั้งคนเก่ง แล้วคนทั้งเฮง ก็มีเหมือนกัน แต่น้อย น้อยมาก นานๆ เราจะเจอสักคนหนึ่ง  คนนี้นะ ต้องยกหัวนิ้วโป้งด้วยมือให้เขา 2 ข้างเลย เขาทั้งเก่งแล้วทั้งเฮงด้วย 
ตอนนี้คนที่เราเจอมากที่สุด บางทีก็พูดกันง่ายๆ ว่า ต้องปล่อยเขาไปเหมือนกันนะ เพราะอะไร  คนประเภทนี้ที่เราจะเห็นเยอะมาก ก็คือ ขออภัยนะ อาจจะไม่สุภาพ คนเฮงซวย  คนเฮงซวยคือ คนย่ำแย่ คนผิดปกติ คนคิดพูดทำอะไร มันน่ารำคาญ น่าสมเพช น่าเกลียดน่าชัง น่าห่างไกล ไม่น่าคบหา ไม่น่าเสวนาด้วยเลย คนประเภทนี้ก็เหมือนกัน เขามีลักษณะที่ผิดปกติ  ทำไมเขาคิดไม่เป็น  ทำไมเขาจึงทำตัวเป็นคนย่ำแย่ น่าเกลียดน่าชัง เป็นหนอนสังคม คนจีนเขาเรียกว่า หนั่งทั้ง หนังแปลว่า คน ทั้งแปลว่า หนอน หนอนสังคม   ทำไมเขาเป็นอย่างนั้น 
ทั้งสามสี่ประเภทที่พูดมา ขอรวบรวมทีเดียวว่า ส่วนมากแล้วเขาบริหารทั้งคนเก่งแต่ไม่เฮง ทั้งคนเฮงแต่ไม่เก่ง ซึ่งก็อันตราย เพราะเราจะมีสูตรของเราว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์”  ศักยภาพ คือ ความเก่ง เป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ “ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”  ความศักดิ์สิทธิ์ ก็แปลว่า จะทำให้คนเฮงนั่นแหละ 
สรุปแล้วทุกประเภท  ทั้งเก่งแต่ไม่เฮง ทั้งเฮงแต่ไม่เก่ง และก็ประเภทที่พูดมาแล้วไม่สุภาพ ก็ขออภัย คือ คนเฮงซวย  ทำอะไรมันขอใช้ภาษาไม่สุภาพอีกทีว่า ทุเรศ น่าเกลียด น่าชัง  ล้วนแล้วแต่เขาไม่รู้เรื่อง  อันนี้ขอออกความเห็นส่วนตัว ใครเชื่อด้วย ไม่เชื่อด้วย  เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย ก็สุดแท้แต่  เขามีเทพที่ประจำตัว แต่เขาไม่รู้ตัว   
ทำไมเป็นอย่างนั้นไปได้ล่ะ ก็ในเมื่อมีเทพประจำตัว มันก็ต้องดีสิ  ที่ไหนได้ ตรงกันข้ามก็เยอะเลย ดี สิ่งที่ตรงกันข้ามกับดีคืออะไร ก็คือ เลว  เลวแล้วเลวอีก  เลวอีกเลวแล้ว  เลวไม่เลิกสักที อะไรอย่างนี้  เพราะฉะนั้นเราจึงห่วงว่า อยากจะหาวิธี ที่จะบอกกล่าวเล่าแจ้ง แก่คนทุกประเภท ที่สรุปสั้นๆ มา ซึ่งก็ไม่ค่อยสุภาพนักให้เข้าใจตัวเองเถอะ แล้วจะได้ปรับตัวเองให้เหมาะสม พอดี พอดี สามารถอยู่ในสังคมทุกประเภทได้อย่างปลอดภัย  แล้วยิ่งในสภาวะอย่างนี้ ที่กำลังมีสภาพของสังคม ล่อแหลมต่อสงคราม ว่าจะเกิด แล้วก็ได้เกิดขึ้นมาแล้วในบางภูมิภาค  แล้วมันจะลุกลามบานปลายมากไปกว่านี้หรือเปล่า 
วิธีที่คนจะอยู่กับสภาวะ กับสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัญหาในทุกรูปแบบได้ ก็คือ ต้องอยู่อย่างมีสติ แล้วมีสัมปชัญญะ  สติคือ ความระลึกได้  สัมปชัญญะคือ ความรู้ตัว  สตินั้นแปลว่า ความระลึกได้ ถ้าเราจะวิเคราะห์ในเชิงวิชาการ ก็คือ ประสาทสื่ออย่างเข้มแข็ง สมองสั่ง อย่างมีพลังสมอง ถ้าวิเคราะห์กันเชิงวิชาการ 
แต่ถ้าเชิงในธรรมะ พระพุทธศาสนาก็บอกว่า ผู้มีสติก็ครองตัวเองไว้ได้ทุกขณะ ทุกขณะ แล้วก็ทุกขณะ  แต่ว่าสติมันเกิดขึ้น แล้วมันก็ดับ เกิดดับ เกิดดับ อันนี้ความจริงก็คือ การทำงานของประสาทสื่อ และสมองสั่งนั่นเอง ก็ต้องมาที่ปลูกฝังที่สัมปชัญญะ สัมปชัญญะคือ เรารู้ตัว 
ทีนี้คนที่ปลูกฝังสัมปชัญญะ รู้ตัวว่า ตัวเองเป็นใคร อันนี้ทางนอก ไม่ลำบาก เพราะฉันเป็นใคร   ฉันเป็นลูกนาย ก. นาง ข.  นาย ก. มีฐานะอย่างนั้น อย่างนั้น อย่างนั้น  นาง ข. มีฐานะเท่านั้น เท่านั้น เท่านั้น  แล้วฉันเกิดขึ้นมาในท่ามกลางครอบครัวที่มีฐานะ ฐานะระดับ  A B C D E อะไรอย่างนี้ก็ว่าไป  รู้ฐานะทางนอก  ฉันโตขึ้นมาฉันเข้าเรียนหนังสือ จบปริญญาระดับนั้น ระดับนั้น ระดับนั้น  ฉันทำงานตำแหน่งนี้ ตำแหน่งนี้ ตำแหน่งนี้ อันนี้ทางนอก  ฉันเป็นผู้ชาย ฉันเป็นผู้หญิง  ฉันเป็นคนหล่อ ฉันเป็นคนสวยอะไรอย่างนี้ ก็ตรงไปตรงมา 
แต่สัมปชัญญะทางใน เราไม่ค่อยจะได้ยินที่ใดเขาพูดถึงกันเท่าไหร่ เพราะว่าพระคุณเจ้า ก็อาจจะตำหนิคนพูดได้นะว่า คุณเอาภาษาพระ ซึ่งสัมปชัญญะนั้นมันระดับวิปัสสนานะ มาเทียบเคียงทางในทำไม   ก็ธรรมะมี 2 ภาค ภาคสามัญกับเหนือสามัญ  
เมื่อสัมปชัญญะทางนอกมี คือ รู้ตัวทั่วพร้อม รู้ตัวทางนอกว่า ตัวเองเป็นใคร แล้วมีสติ ควรจะทำอะไร กับใคร ที่ไหน อย่างใด เมื่อใด แบบใด เท่าไหร่  ทีนี้สัมปชัญญะทางใน ถ้าเราไม่หมั่นใส่ใจ ใฝ่เรียนรู้  มัวแต่ตะลอน ตะลอน ตะลอน  สมัยนี้เขาเรียกว่า สายมู  สายมูก็มาจากภาษาอินโดนีเซียว่า มูเตลู  ก็ย่อภาษามาสั้นๆ ว่า สายมู   สายมูนั้นมีจริง คนพูดขอยืนยันว่า มีจริง แต่มันเป็นจริงที่เพียงแค่พิธีกรรมสั้นๆ  สั้นๆ  แล้วก็อันตรธานหายไป เกิดปาฏิหาริย์ เกิดปรากฏการณ์  
เช่นว่า นาย ก. เดินทางไปหานาย ข. ซึ่งเป็นเกจิอาจารย์ เกจิอาจารย์มีวิธีช่วยอะไรผมบ้าง  นาย ก. ก็ได้รับความช่วยเหลือจากนาย ข.  นาย ข. ก็ทำอะไรต่ออะไร ก็เกิดปาฏิหาริย์ แล้วก็วูบเดียวก็จบไป  จบก็จ่ายเงินให้นาย ข.  ให้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์นาย ข. ไป  ทั้งๆ ที่ นาย ก. เองก็สามารถสร้างความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง  บางทีเผลอๆ  นาย ก. สร้างความศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมาจริงๆ จากศักยภาพของตัวเองแล้ว  จะเก่งกว่านาย ข. ด้วยซ้ำไป  เผลอๆ  นาย ข. ต้องกลับมาเรียกเป็นอาจารย์  นาย ก. เขาไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไร ก็ไปฝากตัวเป็นลูกศิษย์นาย ข. เราเห็นว่าอย่างนี้มันเป็นชีวิตที่ไม่ยุติธรรม แล้วก็ไม่ถูกต้อง  
ทุกคนสามารถที่จะสร้างตัวเอง สัมปชัญญะทั้งทางนอกและทางในได้ด้วยภาษาของเรา ที่เรามั่นใจ มีคนเอาไปให้กับผู้อื่นท่องเพียงไม่กี่ประโยค แล้วเขาบอกเขาเกิดปรากฏการณ์ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นมา ขออนุญาตเปิดเผยความจริงมาจากอาจารย์พงศ์ภัค ชัยศรี หรือ อาจารย์หมอน้อย  ซึ่งมีผู้รู้จักใกล้ชิดรักษาโรคให้ เขาฝากไปพูดว่า “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์ ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ”  อาจารย์หมอน้อยก็เอาไปให้คนป่วยท่องอยู่ไม่กี่คำ ก็ปรากฏว่าคนป่วยนั้นอาการดีขึ้นอย่างเป็นที่น่ามหัศจรรย์   อันนี้ก็เป็นการยืนยันของอาจารย์หมอน้อย 
เมื่อเร็วๆ นี้รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ พุทธชาติ แผนสมบุญ ก็มาเล่าว่า ตัวเองก็เอาคำนี้ไปบอกให้น้องสาวท่อง น้องสาวท่องไม่กี่ที ก็ปรากฏว่าเหตุการณ์ในชีวิตที่กำลังแย่ๆ อยู่ ก็พลิกผันไปในทางที่ดี  แล้วก็ไปบอกเพื่อนๆ อีกสองสามราย เพื่อนก็มีอะไรดีๆ เกิดขึ้นทันทีอย่างไม่น่าเชื่อ อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ฟ้าดิน ขอบอกว่า ฟ้าดินกำลังจะให้ทุกคนหันมาตระหนัก มาตระหนักถึงคาถา มันก็ไม่เชิงคาถา แต่ว่าเป็นคาถาก็ได้ ไม่ใช่คาถาก็ไม่เชิง จะว่าเป็นคาถาก็ไม่ใช่ อะไรอย่างนี้  ก็คือ “ศักยภาพเป็นฐานของความศักดิ์สิทธิ์  ความศักดิ์สิทธิ์จะมาเป็นบัลลังก์ให้กับศักยภาพ” 
ถ้าคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ชีวิต มันก็กลายเป็นคนทั้งเก่งและเฮง คนที่เคยเก่งแต่ไม่เฮง ก็เฮงขึ้นมา ถ้าคนที่เฮงแต่ไม่เก่ง ซึ่งมันอันตราย สักวันหนึ่งวันใดเกิดพลั้งพลาดขึ้นมา มีเหตุร้ายเอาได้ง่ายๆ นะ คนเฮงแต่ไม่เก่ง  ก็จะได้เก่งด้วยเฮงด้วย ก็จะได้ถ่วงดุลกัน  แล้วคนประเภทที่สาม ที่บอกไม่ค่อยสุภาพ ก็คือ คนเฮงซวย ถ้าหากว่าเข้าใจคำนี้ แล้วกลับใจ เปลี่ยนใจ มาฝึกตัวเองให้เป็นคนมีศักยภาพ คือ เก่ง กล้า สามารถในทางที่ถูกที่ควร  ไม่ใช่ไปเก่งแบบนอกลู่นอกทาง เก่งแบบนักเลงโต เก่งแบบอันธพาล เที่ยวระราน เที่ยวสร้างความยิ่งใหญ่แบบผิดๆ แล้วก็สร้างความเฮง ศักดิ์สิทธิ์ ศักดิ์สิทธิ์ต้องอาศัยจิตที่สงบและมีเมตตา  
ทั้งคนเก่งแล้วไม่เฮง ก็จะกลายเป็นคนทั้งเก่งและเฮง คนเฮงแต่ไม่เก่ง ก็จะกลายเป็นคนเฮงด้วยเก่งด้วย  แล้วคน ขออภัย คนเฮงซวยก็จะกลายเป็นคนเฮงดี เฮงด้วย เก่งด้วย ดีด้วย  สังคมก็จะดีกันไปหมด คนก็จะอยู่อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวภัยจากคนรอบข้าง  ไม่ต้องกลัวภัยอันตรายจากคนอันธพาลที่มานอกลู่นอกทาง หรือพูดอีกที คือ คนที่เป็นโรคจิต โรคประสาทน้อยลง คนที่มีศรัทธาจริตแบบผิดๆ ศรัทธาแบบน่าเกลียด  ศรัทธาแบบไม่เข้าท่า ก็จะน้อยลง  คนที่มีปัญญาจำกัด  ก็จะไม่จำกัดปัญญา  ก็จะมีปัญญาวุฒิ กเร เต เต  ปัญญาวุฒิ กเร เต เต  ก็แปลว่า ปัญญาแตกฉาน 
อันนี้ก็เป็นเรื่องที่คุยกันวันนี้ ขอฝากสมาชิกทุกท่าน ช่วยกันนำไปคิดว่า ช่วยคนอื่นและช่วยตัวเอง ให้เป็นคนทั้งเก่งและเฮง และทั้งเฮงแล้วก็เก่ง แล้วก็เลิกเป็นคนเฮงซวยกันซะที ก็ขอขอบคุณทุกคนที่ทนฟัง เดี๋ยวอาจารย์ปัญจพล มีรายงาน 
แล้วเดี๋ยวก็จะมารายงาน ขอสักหน่อย ขออภัย 1897 คุณสุกัญญา เรืองชัยไพบูลย์ ตัวโปรยสั้นๆ แต่ว่ากินใจไปนานเลย 1897  ถ้าต้องการจะเป็นคนเก่งและเฮง ต้องพัฒนาความเก่งให้ถูกทาง เก่งแล้วต้องทำจิตให้เฮง คือ จิตของคนเฮง ก็คือ คนมีจิตเมตตาจริง จะได้หนีคำว่า คนเฮงซวย  
ขออ่านอีกครั้ง 1897 ถ้าต้องการจะเป็นคนเก่งและเฮง ต้องพัฒนาความเก่งให้ถูกทาง เก่งแล้วต้องทำจิตให้เฮง จิตที่เฮง ก็คือ คนที่มีจิตเมตตาจริง ๆ ไม่ใช่โกหก จะได้หนีคำว่าคนเฮงซวย ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งที่ทนฟัง เดี๋ยวมารับฟังรายงานจากอาจารย์ปัญจพล จิตติฉันท์ แล้วก็สวดมนต์ สวดพรกัน
เอาละ วันนี้เห็นว่าอากาศเย็นสบาย เพราะมีฝนตกลงมาโปรยปรายอยู่ช่วงหนึ่ง ก็ขอโอกาสสมาชิกทั้งที่นี่ และที่อยู่ทางบ้าน ถวายรายชื่อผู้ที่ส่งมาทางอากาศ ผ่านเข้ามาในเครื่องของคุณศิริวรรณ รื่นเอม หรือคุณกุ้ง แด่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายก่อน  เพื่อความเป็นมงคลแด่ชีวิตของทุกๆ คน 

รวบรวมโดย คุณกันติชา เวชสุรียะกุล

บทความที่เกี่ยวข้อง
EP. 1861   สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย  ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น  เริ่มต้นจากตัวเราก่อน  1. อารมณ์    2. จิต      3. วิญญาณ  ที่ทำงานคือ ร่างกาย  จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี (พฤ. 29 ม.ค. 2569)
สร้างสวรรค์ทั้งเป็น แล้วหลีกหนีนรกทั้งที่ยังไม่ตาย  ทำอย่างไรจึงจะมีปาฏิหาริย์ที่ดีเกิดขึ้น  เริ่มต้นจากตัวเราก่อน  1. อารมณ์    2. จิต      3. วิญญาณ  ที่ทำงานคือ ร่างกาย  จุดสุดท้ายคือ วิญญาณสร้างราศี กายต้องการความคล่อง จิตต้องการความนิ่ง  วิญญาณเบาบางจากโลภ โกรธ หลง  กิเลส ตัณหา อุปาทาน  โดยเฉพาะอุปาทานทางเหนือสามัญวิสัย มีส่วนอย่างมากที่ทำให้ชีวิตสับสนวุ่นวาย
3 ก.พ. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy